WHERE TO STUDY

 




STUDY IN USA
ระบบการศึกษา | ค่าใช้จ่าย | วีซ่า | สถาบันการศึกษา




 

WHAT'S NEWS

Promotions

Upcoming Events

Map USA
เรียนต่อต่างประเทศ เรียนต่อเมืองนอก ประเทศ สหรัฐอเมริกา

ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีจำนวนนักศึกษาไทยไปศึกษาเพิ่มขึ้นทุกๆปี นักศึกษาไทยมีจำนวนมากเป็นอันดับ 9 ของจำนวนนักศึกษาชาวต่างชาติทั้งหมดที่เข้าไปศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยหลักสูตรทางด้านธุรกิจในระดับบัณฑิตศึกษาก็ยังครองความเป็นหลักสูตรยอดนิยมในกลุ่มนักศึกษาไทยเช่นเคย และรองลงมาก็คือหลักสูตรทางด้าน วิศวกรรมศาสตร์ แต่อย่างไรก็ดี นักเรียน นักศึกษาจากประเทศไทยมักต้องไปเริ่มต้นเรียนในหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อปรับพื้นฐานกันก่อนเข้ามหาวิทยาลัยเสมอ เพราะประเทศไทยเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก หากนักเรียน นักศึกษาไม่มีพื้นความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษที่ดีพอ อาจเกิดปัญหาในการเรียนระดับมหาวิทยาลัยในระดับที่สูงขึ้นไปได้

มีหลากหลายเหตุผลที่พอจะสรุปได้ว่าทำไมใครๆ ก็เลือกที่จะไปศึกษาต่อประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นก็คือ

ความเป็นเลิศของการศึกษา เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับสมญานามว่าเป็นผู้นำด้านการศึกษาของโลก และมีสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลกจำนวนมาก อาทิเช่น Harvard, MIT, Yale เป็นต้น

ประเทศสหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงโด่งดังในด้านความเป็นผู้นำเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งมีผลให้เชื่อกันว่า หลักสูตรและวิธีการเรียนการสอนของประเทศสหรัฐอเมริกามีความทันสมัยมากที่สุด

ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและค่าครองชีพในประเทศสหรัฐอเมริกามีความหลากหลาย ตั้งแต่ระดับต่ำ กลางไปจนระดับสูง นักศึกษาสามารถเลือกให้เข้ากับความเหมาะสมและงบประมาณของตนเองได้

หลักสูตรและระบบการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกามีความหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แน่นอนว่าน้องๆ นักเรียน นักศึกษาสามารถหาหลักสูตรการศึกษาที่สนใจในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อย่างแน่นอน อาทิเช่น

 

 

ระบบการศึกษา

นักเรียนอเมริกันส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียน 12 ปี  สำหรับการเรียนระดับประถมศึกษา (Primary School) และมัธยมศึกษา (Secondary School) แล้วสมัครเข้าศึกษาต่อระดับวิทยาลัย (College) มหาวิทยาลัย (University) สถาบันสายอาชีพ (Vocational School) สถาบันสายเลขานุการ (Secretarial School) และสถาบันการศึกษาด้านวิชาชีพชั้นสูง (Professional Schools) อื่นๆได้

..........................................................................................................................

ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา (Primary and Secondary School)

เด็กอเมริกันจะเริ่มเรียนตอนอายุประมาณ 6 ปี โดยจะเข้าเรียนระดับประถมศึกษาประมาณ 5-6 ปี แล้วเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยการเรียนในช่วงแรก 3 ปีและต่ออีกช่วงเป็นเวลาอีก 3 ปี หรือ 4 ปี ระบบการเรียนแบบนี้ เรียกว่า "Middle School" หรือ "Junior High School" และ "Senior High School" (โดยทั่วไปมักใช้คำเรียกโดยรวมว่า "High School")  การศึกษาจำนวน 12 ปีนี้แบ่งเป็นปีหรือ Grade  เรียกระดับการเรียนนี้เป็น ปี 1 - ปี 12 (Grade 1-Grade 12)

..........................................................................................................................

ระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา (Higher Education)

เด็กอเมริกันจะเริ่มเรียนตอนอายุประมาณ 6 ปี โดยจะเข้าเรียนระดับประถมศึกษาประมาณ 5-6 ปี แล้วเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยการเรียนในช่วงแรก 3 ปีและต่ออีกช่วงเป็นเวลาอีก 3 ปี หรือ 4 ปี ระบบการเรียนแบบนี้ เรียกว่า "Middle School" หรือ "Junior High School" และ "Senior High School" (โดยทั่วไปมักใช้คำเรียกโดยรวมว่า "High School")  การศึกษาจำนวน 12 ปีนี้แบ่งเป็นปีหรือ Grade  เรียกระดับการเรียนนี้เป็น ปี 1 - ปี 12 (Grade 1-Grade 12)

..........................................................................................................................

ระดับปริญญาตรี (Undergraduate or College Years)

นักศึกษาอเมริกันโดยทั่วไป มักเลือกเรียนในวิชาต่างๆ ที่ค่อนข้างมีความหลากหลายในช่วงระดับปริญญาตรี นักศึกษาส่วนมากจะยังไม่เน้นในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งโดยเฉพาะ จนกระทั่งเข้าศึกษาต่อในระดับสูงกว่าปริญญาตรี การศึกษาในช่วง 2 ปีแรกของหลักสูตร  นักศึกษาจะลงทะเบียนเรียนสาขาวิชาต่างๆ ที่เป็นวิชาพื้นฐาน เมื่อเข้าชั้นปีที่ 3  จึงเลือก “major” ของสาขาวิชาที่ต้องการ และต้องลงทะเบียนเรียนในวิชาต่างๆ ภายใต้สาขาวิชานี้ตามจำนวนที่ได้กำหนดไว้ สำหรับสถาบันการศึกษาบางแห่ง นักศึกษาอาจต้องเลือก “minor” ด้วย เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเลือกวิชาเลือก (เพิ่มเติม) ในสาขาวิชาอื่นๆ ได้

..........................................................................................................................

ระดับสูงกว่าปริญญาตรี (Postgraduate or Graduate Education)

ปริญญาโท-Master's Degree:

การศึกษาในระดับนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการเรียนเฉพาะเจาะจงในสาขาวิชาต่างๆ เช่น Library Science, Engineering, Social Work หรือ MBA  โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาศึกษา 2 ปี หลักสูตรปริญญาโทบางหลักสูตรอาจมีระยะเวลาเพียง 1 ปี เช่น หลักสูตรด้าน Journalism หรือ LLM การศึกษาในระดับนี้จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเข้าชั้นเรียน และต้องเตรียมเขียนงานวิจัย  หรือ "Master's Thesis" ด้วย  

..........................................................................................................................

ปริญญาเอก-Doctorate (Ph.D.):

สำหรับบางสถาบัน นักศึกษาอาจเตรียมตัวเพื่อการศึกษาในระดับปริญญาเอกได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องเข้าเริ่มต้นการศึกษาในระดับปริญญาโทก่อน ระยะเวลาของหลักสูตร คือ 3 ปีหรือมากกว่า แต่สำหรับนักศึกษาต่างชาติ อาจต้องใช้เวลาในการศึกษาถึง 5-6 ปี  สำหรับการศึกษาในช่วง 2 ปีแรก นักศึกษาส่วนใหญ่จะลงทะเบียนเพื่อการเข้าชั้นเรียนและร่วมสัมมนาต่างๆ หลังจากนั้น จะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1 ปีในการทำงานวิจัยของตนเอง และเขียนวิทยานิพนธ์ ซึ่งไม่เคยมีการทำมาก่อน  นักศึกษาจะต้องเข้าชั้นเรียนอย่างสม่ำเสมอ  สอบผ่านตามระดับคะแนนที่กำหนด  และผ่านการสอบปากเปล่าในหัวข้อเดียวกับงานวิทยานิพนธ์จึงจะสำเร็จการศึกษา

..........................................................................................................................

..........................................................................................................................