What News
WHERE TO STUDY


WHAT'S NEWS

Promotions

Upcoming Events


   
WHAT'S NEWS
...................................................................................................................................................
 
ขั้นตอนใหม่ สำหรับผู้ที่ขอวีซ่าไปประเทศสหรัฐอเมริกา
สำหรับผู้ที่ขอวีซ่าในประเทศไทยที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาในวันนี้ ตามระบบใหม่ซึ่งจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการบริการนี้ ผู้ขอวีซ่าจะสามารถเลือกวันสัมภาษณ์เองได้และมาที่แผนกกงสุลสหรัฐฯ เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ผู้ขอวีซ่า ยังสามารถสอบถามเกี่ยวกับเรื่องวีซ่าได้ทางโทรศัพท์ จากเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สถานทูตสหรัฐฯ ยังได้เพิ่มสาขาที่ทำการไปรษณีย์ ซึ่งรับชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอวีซ่าด้วย

ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2549 นี้เป็นต้นไป ผู้ขอวีซ่าชั่วคราวทุกคนจะสามารถใช้เว็บไซต์และ Call Center เพื่อขอข้อมูลด้านวีซ่าและนัดวันสัมภาษณ์ได้ทางอินเตอร์เน็ตหรือโทรศัพท์ โดยบริการใหม่ทางเว็บไซต์และ Call Center นี้ จะทำให้ผู้ขอวีซ่าสามารถเลือกวันและเวลา ในการสัมภาษณ์วีซ่าด้วยตนเอง ผู้ที่ขอข้อมูลและจองวันสัมภาษณ์ผ่านทางอินเตอร์เน็ตจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 408 บาท ส่วนผู้ที่ขอข้อมูล และจองวันสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่ ที่พูดภาษาไทยจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 680 บาท

ในขณะที่เว็บเพจและระบบอีเมล์ของสถานทูตฯ ยังคงให้ข้อมูลทั่วไปด้านวีซ่า และตอบคำถามจากผู้ขอวีซ่าที่สอบถามมาทางอีเมล ์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่เช่นเดิม แต่ตามระบบใหม่ที่จะเริ่มใช้นี้ ผู้ขอวีซ่าจะสามารถสอบถามจากเจ้าหน้าที่ผู้รับโทรศัพท์ ที่จะตอบคำถามเป็นภาษาไทยได้โดยจะต้องเสียค่าบริการพิเศษในส่วนนี้

นอกจากขั้นตอนการขอวีซ่าที่สะดวกขึ้นแล้ว ผู้ขอวีซ่าที่ได้รับการอนุมัติไม่ต้องมารับหนังสือเดินทางคืนจากแผนกกงสุลที่กรุงเทพฯ หรือกงสุลใหญ่เชียงใหม่อีกต่อไป หนังสือเดินทางทุกเล่มจะถูกส่งคืนโดยระบบไปรษณีย์ด่วนของการไปรษณีย์แห่งประเทศไทย ซึ่งหมายความว่าผู้ขอวีซ่าจะเสียเวลามาที่แผนกกงสุลเพียงครั้งเดียว สถานทูตสหรัฐฯ การไปรษณีย์แห่งประเทศไทย และซิตี้แบงค์ได้เพิ่มสาขาที่ทำการไปรษณีย์ซึ่งรับชำระค่าธรรมเนียม ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าจากเดิม 156 สาขาเป็น 247 สาขาทั่วประเทศในขณะนี้

ขั้นตอนและบริการการขอวีซ่าในประเทศไทย
ในวันที่ 19 มกราคม 2549 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาจะเริ่มใช้ระบบข้อมูลวีซ่าและขั้นตอนการนัดวันสัมภาษณ ์ที่ใช้ทั่วประเทศ ผู้ประสงค์ยื่นขอวีซ่าจะต้องทำการนัดหมายโดยผ่าน “บริการทางเว็บไซต์และ Call Center สำหรับข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์” ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์ ในการใช้บริการนี้ ท่านต้องซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์โดยหักเงินทางบัตรเครดิต หรือจ่ายเงินผ่านที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ เมื่อใช้รหัสประจำตัว (PIN) ท่านจะสามารถหาข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราว สำหรับสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน

เปรียบเทียบบริการทางเว็บไซต์และบริการทางโทรศัพท์ ( Call Center )
บริการทางเว็บไซต์
-
จองวันสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราวสำหรับสมาชิกครอบครัว ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน
-
ค่าธรรมเนียม 408 บาท
-
ไม่ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรง
-
ข้อมูลหาอ่านได้ทางอินเตอร์เน็ต
-
บริการตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด
-
ภาษาที่ใช้ : ไทยและอังกฤษ
-
สามารถเข้าเว็บไซต์ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในเวลา 90 วันหลังซื้อรหัสประจำตัว (PIN) หรือ 10 วันหลังวันนัดสัมภาษณ์ ขึ้นอยู่กับว่าเวลาใดมาถึงก่อน
-
สามารถยกเลิกและขอนัดสัมภาษณ์ใหม่ได้ 2 ครั้ง

บริการทางโทรศัพท์ ( Call Center )
-
จองวันสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราว สำหรับสมาชิกครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ไม่เกิน 5 คน
-
ค่าธรรมเนียม 680 บาท
-
ติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรง
-
เจ้าหน้าที่ตอบคำถามต่างๆของท่าน
-
บริการเวลา 08.00 - 17.00 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการไทย
-
ภาษาที่ใช้ : ไทยและอังกฤษ
-
โทรติดต่อสอบถามได้ 3 ครั้ง
-
สามารถยกเลิกและขอนัดสัมภาษณ์ใหม่ได้ 2 ครั้ง

การซื้อรหัสประจำตัว (PIN)
ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์
ท่านสามารถซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard รหัสประจำตัว (PIN) นี้สามารถใช้ได้ทันที
บริการทางเว็บไซต์:
ที่อยู่เว็บไซต์: http://thailand.us-visaservices.com
บริการทางโทรศัพท์ ( Call Center):
หมายเลขโทรศัพท์: 001-800-13-202-2457
ที่ทำการไปรษณีย์
ท่านสามารถใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ รหัสประจำตัว (PIN) นี้ และสามารถใช้ได้หลังเวลา 13.00 น. ในวันทำการถัดไป
ขั้นตอนใหม่ในการขอวีซ่า
1.
ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเป็นเงิน 4,454 บาท ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ ตามสาขาต่างๆที่ระบุใน http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/NIVChecklist.pdf
2.
ซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตรเครดิต หรือใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ
-
บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางเว็บไซต์ ค่าธรรมเนียม 408 บาท หรือ
-
บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางโทรศัพท์ ค่าธรรมเนียม 680 บาท
3.
จองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์ หรือทางโทรศัพท์สำหรับสมาชิกครอบครัว ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน ( สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร พี่หรือน้อง)
4.
หาข้อมูลจาก
-
เว็บเพจของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา และสถานกงสุลฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/index.htm และ http://bangkok.usembassy.gov/consulcm/
-
อีเมลถึง visasbkk@state.gov และ conschiangmai@state.gov โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
-
เว็บไซต์เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ ภายในเวลา 90 วัน หลังซื้อรหัสประจำตัว (PIN) สำหรับบริการข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์
-
Call Center เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์
สามารถโทรศัพท์ติดต่อสอบถามได้ 3 ครั้ง เมื่อซื้อรหัสประจำตัว (PIN) สำหรับบริการข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
5.
เตรียมเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด
6.
เฉพาะผู้ขอวีซ่าที่จังหวัดเชียงใหม่ ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ ( EMS)ณ ที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิง ราคา 55 บาท
7.
ไปที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลฯ ตามวันเวลาสัมภาษณ์ที่นัดหมาย
8.
เฉพาะผู้ขอวีซ่าในกรุงเทพมหานคร ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ ( EMS) ที่สถานทูตฯ ราคา 55 บาท
9.
หนังสือเดินทางส่งคืนทางไปรษณีย์ภายใน 3 วันทำการ

ข้อมูลจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
20/01/06